เคยไหมเครียดกับปัญหา จนรู้สึกบั่นทอนกำลังใจที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ? แต่!! รู้หรือไม่ การนำหลัก Positive Thinking มาใช้ ช่วยให้เราผ่านพ้นสถานการณ์ที่คิดว่าย่ำแย่ไปได้ เพราะความมหัศจรรย์ของการคิดบวก นอกจากจะช่วยให้ไม่กดดันตัวเองแล้ว ยังเป็นการสร้างกำลังใจให้พร้อมลุยกับปัญหาได้อย่างมั่นใจ ‘เกร็ดน่ารู้’ สัปดาห์นี้ มีวิธีคิดบวก เพื่อชีวิตที่เป็นบวกมาฝากกัน
1.สร้างความเชื่อมั่น ว่า ‘เราต้องทำได้’ ไม่ว่าจะเจอปัญหาใด ๆ ให้มองด้านบวกไว้ แม้จะคิดว่าจัดการไม่ได้ทั้งหมด แต่เชื่อเถอะว่าคุณสามารถทำให้สถานการณ์ดีขึ้นได้ หลักสำคัญคือการตั้งสติศึกษาปัญหา แล้วค่อย ๆ แก้ไข ขอเพียงหลีกเลี่ยงความคิดที่ว่า ‘ฉันทำไม่ได้แน่ ๆ’
2.สร้างจินตนาการ ช่วยให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะต่อสู้กับอุปสรรค และอยากทำกิจกรรมอื่น ๆ ต่อไป รวมไปถึงการมีทัศนคติที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น มองทุกอย่างด้วยความเป็นกลาง เพื่อชีวิตที่สมดุล
3.คิดถึงความสำเร็จ แม้ทางไปสู่จุดหมายจะพบอุปสรรคบ้างก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา ที่สำคัญไม่ควรมองตัวเองว่าไม่มีความสามารถ และ ‘อย่านำตัวเองไปเปรียบกับใคร’ เพราะเราไม่ใช่ใคร และใครก็ไม่ใช่เรา แต่ละคนมีทักษะต่างกัน แค่ตั้งใจทำให้ดีที่สุดก็พอแล้ว
4.คิดมีเหตุผล เมื่อเกิดข้อผิดพลาดในเรื่องต่าง ๆ อย่าโทษตัวเองทุกเรื่อง และอย่าคิดว่าครั้งต่อ ๆ ไปก็จะผิดพลาดตลอด ควรใช้หลักการคิดอย่างมีเหตุผล เพราะหลายคนมักประเมินมาตรฐานตนเองต่ำเกินไป จึงยิ่งบั่นทอนความมั่นใจให้ลดน้อยลง
แนวทาง ‘คิดบวก’ เพียงเท่านี้ นอกจากจะช่วยโบกมือบ๊าย บาย อุปสรรคทางความคิด ‘กลัว’ แล้ว ยังเป็นการเพิ่มคุณค่าให้ชีวิตเป็นบวกได้ง่าย ๆ ด้วย.
ที่มา http://variety.teenee.com/foodforbrain/13279.html
Link Download Movie Maker
Link Movie Maker นะคะ ลองเข้าไปชมกันดู ยินดีนำเสนอคะ
http://upload.one2car.com/download.aspx?pku=254FC69844TX3KJ5EIKG[HU98IJWJY
http://upload.one2car.com/download.aspx?pku=254FC69844TX3KJ5EIKG[HU98IJWJY
งาน ข้อสอบ100ข้อ
Link ข้อสอบ 20ข้อคะ ลองเข้าไปทำกันดูนะ http://upload.one2car.com/download.aspx?pku=254FC69844YYUNC5S2O2CE5DVPATMT
เรื่องควรจำ..เกี่ยวกับระบบเผาผลาญ
ระบบเผาผลาญของเราก็คือหน่วยจารชนที่จะช่วยทำลายล้างไขมันออกไป เราจึงควรจะรู้เรื่องเกี่ยวกับระบบเผาผลาญให้มากกว่านี้ จะได้รู้ว่าต้องทำอย่างไร จารชนคนเก่งถึงจะทำงานคล่องปรี๊ดๆ
1. ยิ่งดื่มน้ำ ระบบเผาผลาญก็ยิ่งทำงานดี เพราะถ้าร่างกายขาดน้ำ ระบบเผาผลาญก็จะทำงานน้อยลงไป 2% ถ้าดื่มน้ำได้วันละ 8-12 แก้วเมื่อไร ระบบเผาผลาญจะปลื้มมากๆ
2. ชาช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญได้ แต่ต้องเป็นชาสมุนไพรอย่างชาอูหลงกับชาเขียวเท่านั้นนะ ไม่รวมชาใส่น้ำตาลเพียบที่วางขายกันโครมๆ นั่นหรอก เพราะชาสมุนไพรมีสารแคททีชินที่กระตุ้นการเผาผลาญ ทำให้ระบบเผาผลาญทำงานเพิ่มขึ้นวันละ 50 แคลอรีหรือเท่ากับเราลดน้ำหนักลงไปได้ปีละ 2 กิโลกรัม
3. ระบบเผาผลาญจะทำงานมากขึ้นช่วงก่อนมีรอบเดือนนี่คือเหตุผลว่าทำไมช่วงนี้สาวๆ ถึงเจริญอาหารอยากกินนั่นนี่ทั้งวัน เพราะหลังจากไข่ตก ฮอร์โมนในตัวเราก็จะเพิ่มขึ้นและเผาผลาญได้มากขึ้นถึง 300 แคลอรีต่อวัน
4. กินโปรตีนมากก็เผาผลาญมาก เพราะการย่อยโปรตีนต้องใช้พลังงานมากกว่าการย่อยคาร์โบไฮเดรต สาวๆ ที่คิดจะลดความอ้วนด้วยการอดโปรตีน สงสัยต้องเปลี่ยนแผนใหม่แล้วมั้ง
ที่มา http://variety.teenee.com/science/13422.html
1. ยิ่งดื่มน้ำ ระบบเผาผลาญก็ยิ่งทำงานดี เพราะถ้าร่างกายขาดน้ำ ระบบเผาผลาญก็จะทำงานน้อยลงไป 2% ถ้าดื่มน้ำได้วันละ 8-12 แก้วเมื่อไร ระบบเผาผลาญจะปลื้มมากๆ
2. ชาช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญได้ แต่ต้องเป็นชาสมุนไพรอย่างชาอูหลงกับชาเขียวเท่านั้นนะ ไม่รวมชาใส่น้ำตาลเพียบที่วางขายกันโครมๆ นั่นหรอก เพราะชาสมุนไพรมีสารแคททีชินที่กระตุ้นการเผาผลาญ ทำให้ระบบเผาผลาญทำงานเพิ่มขึ้นวันละ 50 แคลอรีหรือเท่ากับเราลดน้ำหนักลงไปได้ปีละ 2 กิโลกรัม
3. ระบบเผาผลาญจะทำงานมากขึ้นช่วงก่อนมีรอบเดือนนี่คือเหตุผลว่าทำไมช่วงนี้สาวๆ ถึงเจริญอาหารอยากกินนั่นนี่ทั้งวัน เพราะหลังจากไข่ตก ฮอร์โมนในตัวเราก็จะเพิ่มขึ้นและเผาผลาญได้มากขึ้นถึง 300 แคลอรีต่อวัน
4. กินโปรตีนมากก็เผาผลาญมาก เพราะการย่อยโปรตีนต้องใช้พลังงานมากกว่าการย่อยคาร์โบไฮเดรต สาวๆ ที่คิดจะลดความอ้วนด้วยการอดโปรตีน สงสัยต้องเปลี่ยนแผนใหม่แล้วมั้ง
ที่มา http://variety.teenee.com/science/13422.html
ปรากฏการณ์ที่คุณเกือบจะนึกออก...แต่"มันติดอยู่ที่ปลายลิ้น"!
ปรากฏการณ์ติดอยู่ปลายลิ้น (tip-of-the-tongue, TOT) หมายถึง การไม่สามารถดึงเอาคำๆ หนึ่งออกมาจากความจำได้โดยเชื่อว่าคำๆ นั้นอยู่ตรงนั้น มันเป็นภาวะทางจิตวิทยาที่สร้างปฏิกริยาทางร่างกายที่เด่นชัดครับ ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นได้ทั่วไป มีรายงานว่าปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นในภาษาพื้นเมืองต่างๆ เช่นฝรั่งเศส โปรตุเกส โรมาเนีย ไทย และภาษาอื่นๆ อีกมากมาย อีกทั้งมันยังขึ้นอยู่กับอายุอีกด้วย มีรายงานว่าคนแก่มักจะเกิดปรากฏการณ์นี้บ่อยกว่านักเรียน นอกจากนี้ปรากฏการณ์ดังกล่าวมักจะเกิดกับคำนามโดยเฉพาะวิสามัญนาม ดังนั้น คนที่เกิดปรากฏการณ์นี้มักจะบอกอักษรตัวแรกของคำๆ นั้นได้และสามารถนึกคำศัพท์ที่คล้ายคลึงกันออก แต่ก็มีคนเพียง 50% เท่านั้นที่สามารถพูดคำดังกล่าวออกมาได้ครับ เนื่องจากคนที่เกิดปรากฏการณ์นี้มั่นใจว่าคำๆ นั้นอยู่ในความจำระยะยาวและสามารถดึงความจำนั้นออกมาได้เพียง 50% บางคนอาจะตั้งข้อสังเกตว่าปรากฏการณ์นี้อาจเป็นผลมาจากการบล็อกกระบวนการดึงความจำที่จำเพาะก็ได้ และที่น่าสนใจก็คือ ในผู้ป่วยที่เป็นโรคอัลไซเมอร์จะไม่สามารถนึกคำศัพท์ที่ใกล้เคียงออกมาได้เลย โรคอัลไซมเมอร์และโรคความจำเสื่อม (dementia) อาจเกี่ยวข้องกับการสูญเสียการดึงความจำในพื้นที่สมองหนึ่งๆ ก็ได้ จากการศึกษาโดยใช้เครื่องถ่ายภาพแม่เหล็กกำทอน (fMRI) ของแมริลและคณะในปี 2001 พบว่า การทำงานของพื้นที่สมองส่วน anterior cingulate cortex และ prefrontal cortex ในคนที่เกิดปรากฏการณ์นี้จะสูงกว่าคนที่จำคำศัพท์นั้นได้ นี่บ่งชี้ว่ากลไกหนึ่งหรือความบกพร่องของพื้นที่สมองหนึ่งอาจทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้ได้ครับ แต่นักวิทย์ยังไม่ได้เขียนคำอธิบายที่แน่นอนลงไป
ที่มา http://variety.teenee.com/science/13423.html
ที่มา http://variety.teenee.com/science/13423.html
นักวิจัยชี้ลูกเรียนรู้จากแม่ได้แม้จะยังไม่ตั้งท้อง
มารดาสามารถถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้กับลูกได้โดยไม่รู้ตัว ทั้ง ๆ ยังไม่ได้ตั้งท้องลูกเลย โดยนักวิจัยได้ค้นพบปรากฏการณ์อันนี้จากหนูทดลอง
วารสารวิชาการ "ประสาทวิทยาศาสตร์" ของสหรัฐฯ รายงานว่า คณะนักวิทยาศาสตร์ อันมีศาสตราจารย์ลาร์รี เฟก โรงเรียนแพทย์ มหาวิทยาลัยทัพฟ์ เป็นหัวหน้า พบในการศึกษาว่า หนูตัวเมียที่ได้รับการเลี้ยงดูอยู่ในสิ่งแวดล้อมอันพรั่งพร้อมด้วยของเล่นและเครื่องส่งเสริมต่าง ๆ สามารถถ่ายทอดประสบการณ์ สู่ลูก ๆ ของมันที่เพิ่งจะมาตั้งท้องขึ้นภายหลังได้
ศาสตราจารย์วิชาชีวเคมีกล่าวแจ้งว่า ลูกหนูที่เกิดมาเหล่านั้น พากันแสดงให้เห็นว่าได้รับมรดกความรู้ ที่แม่ของมันเคยเรียนรู้มาก่อนบางแง่ เขาอธิบายว่า "การเรียนรู้ทำให้ สมองของหนูที่เป็นแม่เปลี่ยนแปลงไป เกิดความเจริญก้าวหน้าขึ้น โดยเฉพาะเซลล์ประสาทของมันจะสื่อสารกันได้ดีขึ้น และสมองที่ถูกเปลี่ยนแปลงไปนี้ ได้ถ่ายทอดมรดกให้กับลูกที่มันตั้งท้องขึ้นมาภายหลัง เป็นเวลาตั้งหลายอาทิตย์ ลูก ๆ ของมันจะเล่นของเล่น และถีบจักรกันเป็น ถึงจะไม่เคยเห็นเองมาก่อน"
ที่มา http://variety.teenee.com/science/13415.html
วารสารวิชาการ "ประสาทวิทยาศาสตร์" ของสหรัฐฯ รายงานว่า คณะนักวิทยาศาสตร์ อันมีศาสตราจารย์ลาร์รี เฟก โรงเรียนแพทย์ มหาวิทยาลัยทัพฟ์ เป็นหัวหน้า พบในการศึกษาว่า หนูตัวเมียที่ได้รับการเลี้ยงดูอยู่ในสิ่งแวดล้อมอันพรั่งพร้อมด้วยของเล่นและเครื่องส่งเสริมต่าง ๆ สามารถถ่ายทอดประสบการณ์ สู่ลูก ๆ ของมันที่เพิ่งจะมาตั้งท้องขึ้นภายหลังได้
ศาสตราจารย์วิชาชีวเคมีกล่าวแจ้งว่า ลูกหนูที่เกิดมาเหล่านั้น พากันแสดงให้เห็นว่าได้รับมรดกความรู้ ที่แม่ของมันเคยเรียนรู้มาก่อนบางแง่ เขาอธิบายว่า "การเรียนรู้ทำให้ สมองของหนูที่เป็นแม่เปลี่ยนแปลงไป เกิดความเจริญก้าวหน้าขึ้น โดยเฉพาะเซลล์ประสาทของมันจะสื่อสารกันได้ดีขึ้น และสมองที่ถูกเปลี่ยนแปลงไปนี้ ได้ถ่ายทอดมรดกให้กับลูกที่มันตั้งท้องขึ้นมาภายหลัง เป็นเวลาตั้งหลายอาทิตย์ ลูก ๆ ของมันจะเล่นของเล่น และถีบจักรกันเป็น ถึงจะไม่เคยเห็นเองมาก่อน"
ที่มา http://variety.teenee.com/science/13415.html
มงคลสูตรคำฉันท์
มงคลสูตรคำฉันท์
ผู้ทรงพระราชนิพนธ์ คือ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์ เมื่อ
พ.ศ.2466
ลักษณะคำประพันธ์ กาพย์ฉบังและอินทรวิเชียรฉันท์ แทรกคาถาบาลี
เนื้อเรื่องย่อ
พระอานนท์ เป็นผู้เล่าว่า พระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่วัดเชตวันวิหาร ซึ่งอนาถบิณฑิกเศรษฐีสร้างถวาย ตอนประถมยาม มีเทวดารัศมีเจิดจ้ามาเข้าเผ้าพระพุทธองค์ ทูลถามถึงเรื่องมงคลพระพุทธเจ้าจึงตรัสเทศนาถึงมงคล 38 ประการ เทวดาและมนุษย์ผู้ปฎิบัติตาม จะเป็นผู้ประเสริฐ ไม่แพ้ในที่ใดๆ ได้รับความเจริญสวัสดีทุกประการ
มงคล 38 ประการเทียบกับคำฉันท์
1. ไม่คบคนพาล 1. หนึ่งคือ บ่ คบคนพาล จะพาประพฤติผิด
2. คบบัณฑิต 2. หนึ่งคบกะบัณฑิต เพราะจะพาประสบผล
3. บูชาผู้ที่ควรบูชา 3. หนึ่งกราบก่อนบูชา อภิปูชนีย์ชน
4. อยู่ในประเทศอันสมควร 4. ความอยู่ประเทศซึ่ง เหมาะและควรจะสุขี
5. เคยทำบุญไว้กาลก่อน 5. อีกบุญญะการที่ ณ อดีตะมาดล
6. ตั้งตนไว้ชอบ 6. อีกหมั่นประพฤติควร ณ สภาวะแห่งตน
7. สดับตรับฟังมาก 7. ความได้สดับมาก และกำหนดสุวาที
8. มีศิลปะ 8. อีกศิลปศาสตร์มี จะประกอบมนุญการ
9. มีวินัย 9. อีกหนึ่งวินัยอัน นรเรียนและเชี่ยวชาญ
10.มีวาจาเป็นสุภาษิต 10.อีกคำเพราะบรรสาน ฤดิแห่งประชาชน
11.บำรุงมารดาบิดา 11.บำรุงบิดามา- ตุระด้วยหทัยปรีย์
12.สงเคราะห์บุตร 12.หากลูกและเมียมี ก็ถนอมประหนึ่งตน
13.สงเคราะห์ภรรยา 13.หากลูกและเมียมี ก็ถนอมประหนึ่งตน
14.การงานไม่คั่งค้างอากูล 14.การงานกระทำไป บ่มิยุ่งและสับสน
15.ให้ทาน 15.ให้ทาน ณ กาลควร
16.ประพฤติธรรม 16.และประพฤติสุธรรมศรี
17.สงเคราะห์ญาติ 17.อีกสงเคราะห์ญาติที่ ปฏิบัติบำเรอตน
18.ประกอบการงานไม่มีโทษ 18.กอบกรรมะอันไร้ ทุษกลั้วและมัวมล
19.เว้นจากบาป 19.ความงดประพฤติบาป อกุศลบ่ให้มี
20.สำรวมจากการดื่มน้ำเมา 20.สำรวมวรินทรีย์ และสุราบ่เมามล
21.ไม่ประมาทในธรรม 21.ความไม่ประมาทใน พหุธรรมะโกศล
22.เคารพ 22.เคารพ ณ ผู้ควร จะประณตและนอบศีร์
23.สงบเสงี่ยมเจียมตัว 23.อีกหนึ่งมิได้มี จะกระด้างและจองหอง
24.ยินดีด้วยของของตน(สันโดษ) 24.ยินดี ณ ของตน บ่มิโลภทะยานปอง
25.รู้คุณท่าน 25.อีกรู้คุณาของ นรผู้ประคองตน
26.ฟังธรรมตามกาล 26.ฟังธรรมะโดยกา- ละเจริญคุณานนท์
27.อดทน 27.มีจิตตะอดทน และสถิต ณ ขันตี
28.ว่าง่าย 28.อีกนัยหนึ่งบ่พึงมี ฤดิดื้อทะนงหาญ
29.เห็นสมณะ 29.หนึ่งเห็นคณาเลิศ สมณาวราจารย์
30.สนทนาธรรมตามกาล 30.กล่าวธรรมะโดยกาล วรกิจจะโกศล
31.บำเพ็ญตบะ (ความเพียร) 31.เพียรเผากิเลสล้าง มละโทษะยายี
32. ประพฤติพรหมจรรย์ 32.อีกหนึ่งประพฤติดี ดุจะพรหมพิสุทธิ์สรรพ์
33.เห็นอริยสัจ 33.เห็นแจ้ง ณ สี่องค์ พระอรียสัจอัน
34.ทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน 34.อีกทำพระนิพพา- นะประจักษะแก่ตน
35.จิตไม่หวั่นไหวเมื่อต้องโลกธรรม 35.จิตใครผิได้ต้อง วรโลกะธรรมศรี
36.จิตไม่เศร้าโศก 36.ไร้โศกธุลีสูญ
37.จิตปราศจากธุลี 37. ไร้โศกธุลีสูญ
38.จิตเกษม(ปลอดโปร่งจากกิเลส) 38.และสบายบ่มัวมล
แนวคิดสำคัญ
ความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต เกิดจากการประพฤติปฏิบัติของตนเองทั้งสิ้น หาได้เกิดจากผู้อื่น สิ่งอื่น หรือวัตถุโชคลางใดๆ จากภายนอก
มงคล หมายถึง เหตุทั้งหลายอันจะทำให้บรรลุถึงความเจริญแห่งสมบัติทั้งปวง เหตุแห่งความเจริญหรือทางก้าวหน้า มีทั้งหมด 38 ประการ
มงคลสูตร เป็นพระสูตรในขุททกนิกาย หมวดขุททกปาฐ พระธรรมเล็กๆน้อยๆ
คุณค่าที่ได้รับจากการอ่าน
1. ได้ทราบวิธีปฏิบัติตนเพื่อความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต
2. มีคุณค่าทางด้านสังคม เพราะข้อปฏิบัติทุกข้อในมงคลสูตรล้วนมีค่าควรประพฤติปฏิบัติ ซึ่งจะทำให้บุคคลและสังคมเจริญก้าวหน้า
3. ได้ศึกษาภาษากวีนิพนธ์ที่สละสลวย ไพเราะทั้งถ้อยคำและเนื้อความ
ค่านิยม
มงคลทั้ง 38 ประการ ล้วนเป็นค่านิยมทางพระพุทธศาสนา ค่านิยมสูงสุดทางพระพุทธศาสนาก็คือ นิพพาน การดับพร้อมไม่เกิด แก่ เจ็บ ตาย อีกต่อไป
ผู้ทรงพระราชนิพนธ์ คือ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์ เมื่อ
พ.ศ.2466
ลักษณะคำประพันธ์ กาพย์ฉบังและอินทรวิเชียรฉันท์ แทรกคาถาบาลี
เนื้อเรื่องย่อ
พระอานนท์ เป็นผู้เล่าว่า พระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่วัดเชตวันวิหาร ซึ่งอนาถบิณฑิกเศรษฐีสร้างถวาย ตอนประถมยาม มีเทวดารัศมีเจิดจ้ามาเข้าเผ้าพระพุทธองค์ ทูลถามถึงเรื่องมงคลพระพุทธเจ้าจึงตรัสเทศนาถึงมงคล 38 ประการ เทวดาและมนุษย์ผู้ปฎิบัติตาม จะเป็นผู้ประเสริฐ ไม่แพ้ในที่ใดๆ ได้รับความเจริญสวัสดีทุกประการ
มงคล 38 ประการเทียบกับคำฉันท์
1. ไม่คบคนพาล 1. หนึ่งคือ บ่ คบคนพาล จะพาประพฤติผิด
2. คบบัณฑิต 2. หนึ่งคบกะบัณฑิต เพราะจะพาประสบผล
3. บูชาผู้ที่ควรบูชา 3. หนึ่งกราบก่อนบูชา อภิปูชนีย์ชน
4. อยู่ในประเทศอันสมควร 4. ความอยู่ประเทศซึ่ง เหมาะและควรจะสุขี
5. เคยทำบุญไว้กาลก่อน 5. อีกบุญญะการที่ ณ อดีตะมาดล
6. ตั้งตนไว้ชอบ 6. อีกหมั่นประพฤติควร ณ สภาวะแห่งตน
7. สดับตรับฟังมาก 7. ความได้สดับมาก และกำหนดสุวาที
8. มีศิลปะ 8. อีกศิลปศาสตร์มี จะประกอบมนุญการ
9. มีวินัย 9. อีกหนึ่งวินัยอัน นรเรียนและเชี่ยวชาญ
10.มีวาจาเป็นสุภาษิต 10.อีกคำเพราะบรรสาน ฤดิแห่งประชาชน
11.บำรุงมารดาบิดา 11.บำรุงบิดามา- ตุระด้วยหทัยปรีย์
12.สงเคราะห์บุตร 12.หากลูกและเมียมี ก็ถนอมประหนึ่งตน
13.สงเคราะห์ภรรยา 13.หากลูกและเมียมี ก็ถนอมประหนึ่งตน
14.การงานไม่คั่งค้างอากูล 14.การงานกระทำไป บ่มิยุ่งและสับสน
15.ให้ทาน 15.ให้ทาน ณ กาลควร
16.ประพฤติธรรม 16.และประพฤติสุธรรมศรี
17.สงเคราะห์ญาติ 17.อีกสงเคราะห์ญาติที่ ปฏิบัติบำเรอตน
18.ประกอบการงานไม่มีโทษ 18.กอบกรรมะอันไร้ ทุษกลั้วและมัวมล
19.เว้นจากบาป 19.ความงดประพฤติบาป อกุศลบ่ให้มี
20.สำรวมจากการดื่มน้ำเมา 20.สำรวมวรินทรีย์ และสุราบ่เมามล
21.ไม่ประมาทในธรรม 21.ความไม่ประมาทใน พหุธรรมะโกศล
22.เคารพ 22.เคารพ ณ ผู้ควร จะประณตและนอบศีร์
23.สงบเสงี่ยมเจียมตัว 23.อีกหนึ่งมิได้มี จะกระด้างและจองหอง
24.ยินดีด้วยของของตน(สันโดษ) 24.ยินดี ณ ของตน บ่มิโลภทะยานปอง
25.รู้คุณท่าน 25.อีกรู้คุณาของ นรผู้ประคองตน
26.ฟังธรรมตามกาล 26.ฟังธรรมะโดยกา- ละเจริญคุณานนท์
27.อดทน 27.มีจิตตะอดทน และสถิต ณ ขันตี
28.ว่าง่าย 28.อีกนัยหนึ่งบ่พึงมี ฤดิดื้อทะนงหาญ
29.เห็นสมณะ 29.หนึ่งเห็นคณาเลิศ สมณาวราจารย์
30.สนทนาธรรมตามกาล 30.กล่าวธรรมะโดยกาล วรกิจจะโกศล
31.บำเพ็ญตบะ (ความเพียร) 31.เพียรเผากิเลสล้าง มละโทษะยายี
32. ประพฤติพรหมจรรย์ 32.อีกหนึ่งประพฤติดี ดุจะพรหมพิสุทธิ์สรรพ์
33.เห็นอริยสัจ 33.เห็นแจ้ง ณ สี่องค์ พระอรียสัจอัน
34.ทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน 34.อีกทำพระนิพพา- นะประจักษะแก่ตน
35.จิตไม่หวั่นไหวเมื่อต้องโลกธรรม 35.จิตใครผิได้ต้อง วรโลกะธรรมศรี
36.จิตไม่เศร้าโศก 36.ไร้โศกธุลีสูญ
37.จิตปราศจากธุลี 37. ไร้โศกธุลีสูญ
38.จิตเกษม(ปลอดโปร่งจากกิเลส) 38.และสบายบ่มัวมล
แนวคิดสำคัญ
ความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต เกิดจากการประพฤติปฏิบัติของตนเองทั้งสิ้น หาได้เกิดจากผู้อื่น สิ่งอื่น หรือวัตถุโชคลางใดๆ จากภายนอก
มงคล หมายถึง เหตุทั้งหลายอันจะทำให้บรรลุถึงความเจริญแห่งสมบัติทั้งปวง เหตุแห่งความเจริญหรือทางก้าวหน้า มีทั้งหมด 38 ประการ
มงคลสูตร เป็นพระสูตรในขุททกนิกาย หมวดขุททกปาฐ พระธรรมเล็กๆน้อยๆ
คุณค่าที่ได้รับจากการอ่าน
1. ได้ทราบวิธีปฏิบัติตนเพื่อความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต
2. มีคุณค่าทางด้านสังคม เพราะข้อปฏิบัติทุกข้อในมงคลสูตรล้วนมีค่าควรประพฤติปฏิบัติ ซึ่งจะทำให้บุคคลและสังคมเจริญก้าวหน้า
3. ได้ศึกษาภาษากวีนิพนธ์ที่สละสลวย ไพเราะทั้งถ้อยคำและเนื้อความ
ค่านิยม
มงคลทั้ง 38 ประการ ล้วนเป็นค่านิยมทางพระพุทธศาสนา ค่านิยมสูงสุดทางพระพุทธศาสนาก็คือ นิพพาน การดับพร้อมไม่เกิด แก่ เจ็บ ตาย อีกต่อไป
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
